archive-org.com » ORG » F » FARMKASET.ORG

Total: 428

Choose link from "Titles, links and description words view":

Or switch to "Titles and links view".
  • ทับทิม และ การปลูกทับทิม : | FarmKaset.ORG
    ม ระยะพ กต ว ระยะปล กท บท ม ระยะปกต 4 X 6 ม หร อ 6 X 6 ม ระยะช ด 4 X 3 ม หร อ 3 X 3 ม เตร ยมด นและอ นทร ย ว ตถ สำหร บปล กท บท ม ใส ป ยคอก ม ลว วเน อ นม ม ลไก ไข เน อ นกกระทา แห งเก าข ามป ป ละ 2 คร ง ให ย บซ มธรรมชาต ป ละ 2 คร ง ให กระด กป น ป ละ 1 คร ง คล มโคนต นด วยเศษพ ชแห งหนาๆเต มพ นท บร เวณทรงพ ม ล ำออกไปถ งนอกเขตทรงพ ม ให ป ยน ำช วภาพระเบ ดเถ ดเท งหร อจ ล นทร ย 1 2 เด อน คร ง หมายเหต การฝ งซากส ตว เช น หอยเชอร ปลาสด เป นช นเท าล กมะนาวหร อบดละเอ ยด ท ชายเขตทรงพ ม 4 5 หล ม ต นทรงพ ม 3 5 ม ฝ งป เว นป เพ อให ต นม สารอาหารก นตลอด 24 ชม ต อเน องหลายๆป จะทำให ต นม ความสมบ รณ ส งพร อมต อการบำร งท กข นตอน ให ป ยน ำช วภาพ ทางใบ ทางราก บ อยเก นไปจะทำให ต นหย ดการเจร ญเต บโต ไม แตกใบอ อน ผลหย ดขยายขนาดแล วกลายเป นผลแก การให ทางใบอาจเป นแหล งอาศ ยและแพร ระบาดของเช อราได ฮอร โมนธรรมชาต และฮอร โมนว ทยาศาสตร จะให ประส ทธ ภาพเต มร อยก ต อเม อ ต นม สภาพความสมบ รณ ส ง เตร ยมต นท บท ม ต ดแต งก ง ท บท มออกดอกจากซอกใบปลายก งอาย ข ามป การต ดแต งก งประจำป หร อหล งเก บเก ยวผลผล ตให ต ดเฉพาะก งท ออกดอกต ดผลเพ อสร างใบใหม สำหร บให ออกดอกต ดผลในป ต อไป ส วนก งท ไม ออกดอกต ดผลในป น ให คงไว แล วบำร งต อไป ต ดก งบ งแสงแดดต อก งอ นออก ทำให ทรงพ มโปร งจนแสงแดดสามารถส องได ถ งท กก งท วทรงพ ม ก งได ร บแสงแดดจะสมบ รณ ด กว าก งไม ได ร บแสงแดดหร อได ร บแสงแดดน อย ต ดก งกระโดง ก งในทรงพ ม ก งคดงอ ก งช ลง ก งไขว ก งหางหน ก งเป นโรค และก งออกดอกต ดผลแล วเพ อเร ยกยอดใหม สำหร บออดอกต ดผลในร นป ต อไป การต ดแต งก งภายในทรงพ มควรให โปร งจนแสงส องผ านลงไปถ งโคนต นได ต ดแต งก งปกต ควรต ดให เหล อใบประมาณ 50 เปอร เซ นต และเม อใบอ อนช ดใหม ออกมาแล วให ม ใบประมาณ 80 เปอร เซ นต จะช วยให การผล ดอกต ดผลด ต ดยอดก งประธาน ผ ากบาล ณ ความส งต นตามต องการ นอกจากช วยทำให แสงแดดผ านจากยอดเข าส ภายในทรงพ มได อย างท วถ ง แสงแดดท ร อนย งช วยกำจ ดเช อราได เป นอย างด และเพ อควบค มขนาดความส งทรงพ มอ กด วย น ส ยท บท มม กออกดอกหล งจากกระทบหนาวได ระยะหน ง ด งน นจ งควรต ดแต งก ง เร ยกใบอ อนช วงต นหน าฝนแล วเข าส ข นตอนการบำร งต อไปตามลำด บจะทำให ต นม ความสมบ รณ เต มท ด กว าการต ดแต งก งในช วงอ น หมายความว า หล งจากเก บเก ยวผลผล ตแล วย งไม ต องต ดแต งก งแต ให บำร งตามปกต ต อไปก อน จนกระท งเข าส หน าฝนจ งลงม อต ดแต งก ง ต ดแต งราก ท บท มม ระบบรากต น และจำนวนน อยจ งไม ควรต ดแต งราก แต ถ าต องการสร างรากใหม ให ม ประส ทธ ภาพในการหาอาหารด ย งข นให ใช ว ธ ล อรากด วยการพ นโคนต น ต นอาย หลายป ขนาดทรงพ มใหญ มาก ระบบรากเก าและแก มาก ให พ จารณาต ดแต งรากส วนปลายออก 1 ใน 4 ด วยการพรวนด นรอบทรงพ มล ก 10 15 ซม หล งจากให ฮอร โมนบำร งรากไปแล วต นจะแตกรากใหม จำนวนมากข นและม ประส ทธ ภาพในการด ดซ บสารอาหารได ด กว าเด ม ข นตอนการปฏ บ ต บำร งต อท บท ม 1 เร ยกใบอ อน ทางใบ ให น ำ 100 ล 46 0 0 200 กร ม หร อ 25 5 5 200 กร ม ส ตรใดส ตรหน ง จ บเบอเรลล น 10 ซ ซ ธาต รอง ธาต เสร ม 100 ซ ซ สารสก ดสม นไพร 250 ซ ซ ฉ ดพ นพอเป ยกใบ ท ก 5 7 ว น ฉ ดพ นสารสก ดสม นไพร ท ก 2 3 ว น ทางราก ให น ำหม กช วภาพlส ตรระเบ ดเถ ดเท ง 25 7 7 1 กก ต นทรงพ ม 3 5 ม เด อน ให น ำเปล า ท ก 3 5 ว น หมายเหต ใบอ อนเม อออกมาแล วต องระว งโรคและแมลงศ ตร เข าทำลายเพราะหากใบอ อนช ดใดช ดหน งถ กทำลายเส ยหายจะต องเร มเร ยกช ดท 1 ใหม ซ งจะทำให เส ยเวลาและกำหนดระยะการออกดอกต ดผลต องเล อนออกไปอ กด วย เร ยกใบอ อนโดยการใส ป ยทางรากส ตร 25 7 7 จะช วยให ได ใบท ม ขนาดใหญ ม พ นท หน าใบส งเคราะห อาหารมาก และค ณภาพด กว าใส ป ยส ตรเสมอ หล งจากให ทางใบไปแล ว 5 7 ว น ถ าต นใดแตกใบอ อนน อยกว า 50 เปอร เซ นต ให ฉ ดพ นซ ำรอบสองด วยอ ตราและว ธ การเด ม เพราะถ าต นแตกใบอ อนไม พร อมก นท วท งต นจะส งผลเส ยหลายอย างต งแต การเร งใบอ อนเป นใบแก การสะสมอาหารเพ อการออก การปร บ ซ เอ น เรโช การเป ดตาดอก ซ งจะออกดอกไม พร อมก นท วท งต น และเม อดอกออกไม พร อมก นก กลายเป นผลไม พร อมก นทำให ย งยากต อการปฏ บ ต บำร งตามข นตอนอย างมาก แนวทางแก ไข ค อ ต องบำร งเร ยกใบอ อนให ออกมาเป นช ดเด ยวพร อมก นท งต นให ได ท บท มต องการใบอ อน 2 ช ด ถ าต นสมบ รณ ด ม การเตร ยมด นและปร บปร งบำร งด นสม ำเสมอต อเน องมาหลายๆป แล ว หล งจากใบอ อนช ดแรกเร มๆเพสลาดแล วให เร ยกใบอ อนช ดท 2 ต อได เลย ใบช ดท 2 น อาจจะออกไม พร อมก นท งต นเหม อนช ดแรกแต ก จะออกห างก นไม เก น 7 10 ว น และหล งจากใบอ อนช ดท 2 เร มเพสลาดก ให เข าส ข นตอนการบำร งต อไปตามปกต 2 เร งใบอ อนเป นใบแก ทางใบ ให น ำ 100 ล 0 21 74 200 กร ม หร อ 0 39 39 200 กร ม ส ตรใดส ตรหน ง ธาต รอง ธาต เสร ม 100 ซ ซ สารสก ดสม นไพร 250 ซ ซ ฉ ดพ นพอเป ยกใบ 1 2 รอบ ห างก นรอบละ 3 5 ว น ฉ ดพ นสารสก ดสม นไพร ท ก 2 3 ว น ทางราก ให 8 24 24 1 2 กก ต นทรงพ ม 3 5 ม ให น ำปกต ท ก 2 3 ว น หมายเหต ลงม อบำร งเม อใบอ อนช ดแรกอกมาเร มแผ กาง ว ตถ ประสงค เพ อเร งใบช ดใหม ให สามารถส งเคราะห อาหารได และเร งระยะเวลาเร ยกใบอ อนช ดต อไปได เร วข น ก บท งเพ อให ใบอ อนรอดพ นจากทำลายของแมลงปากก ดปากด ด สารอาหารในกล มเร งใบอ อนเป นใบแก ฟอสฟอร ส และโปแตสเซ ยม ช วยเสร มประส ทธ ภาพข นตอนสะสมอาหารเพ อการออกดอกได ด วย 3 สะสมอาหารเพ อการออกดอก ทางใบ ให น ำ 100 ล 0 42 56 200 กร ม ธาต รอง ธาต เสร ม 100 ซ ซ แคลเซ ยม โบรอน 100 ซ ซ สารสก ดสม นไพร 250 ซ ซ ท ก 5 7 ว น ต ดต อก น 2 3 รอบแล วให น ำ 100 ล ฮอร โมนไข 25 ซ ซ สารสก ดสม นไพร 250 ซ ซ สล บ 1 รอบ ฉ ดพ นพอเป ยกใบ ต ดต อก น 1 2 เด อน จะช วยให ต นสมบ รณ เต มท ฉ ดพ นสารสก ดสม นไพร ท ก 2 3 ว น ทางราก ให ป ยน ำช วภาพส ตรระเบ ดเถ ดเท ง 8 24 24 หร อ 9 26 26 ส ตรใดส ตรหน ง 1 2 กก ต นทรงพ ม 5 ม เด อน ให น ำเปล าปกต ท ก 2 3 ว น หมายเหต เร มปฏ บ ต หล งจากใบอ อนช ดส ดท ายเพสลาด แนวทางบำร งให ต นได สะสมอาหารเพ อการออกดอกไว มากท ส ดควรเตร ยมแผนใช เวลาบำร ง 2 เด อน ในห วง 2 เด อนน ให กล โคสผงหร อนมส ตว สด 2 รอบ โดยรอบแรกให เม อเร มลงม อบำร งและให รอบสองห างจากรอบแรก 20 30 ว น ปร มาณ 8 24 24 หร อ 9 26 26 ใส มากหร อน อยข นอย ก บปร มาณการต ดผลในร นท ผ านมา กล าวค อ ถ าร นท ผ านมาต ดผลดกมาก ผลผล ตม ค ณภาพด มาก ให ใส ในปร มาณท มากข น แต ถ าร นท ผ านมาต ดผลดกน อยหร อไม ต ดผลเลย ให ใส ในปร มาณปานกลาง การเพ มปร มาณป ยให มากข น หมายถ ง การให อ ตราเด มแต ระยะเวลาให ถ ข น เช น จากเคยให 15 ว น คร งก ให เปล ยนเป น 10 ว น คร ง ก อนเข าส ข นตอนการบำร งข นต อไป ค อ ปร บ ซ เอ น เรโช ให ทบทวนความทรงจำเม อคร งเร ยกใบอ อนแล วใบอ อนออกมาพร อมก นเป นช ดเด ยวท วท งต นหร อไม ถ าใบอ อนออกมาพร อมก นด ท วท งต นให ปร บ ซ เอ น เรโช ต อไปได เลย แต ถ าใบอ อนออกมาไม พร อมก นเป นช ดเด ยวท วท งต นและค อนข างต างร นก นมากก ให บำร งสะสมอาหารเพ อการออกดอกต อไปอ ก 2 3 รอบ เพ อรอให ใบอ อนช ดหล งสะสมอาหารจนอ นตาดอกด เท าก บใบอ อนช ดแรกจากน นจ งลงม อปร บ ซ เอ น เรโช ท งน ว ตถ ประสงค เพ อทำให ม ดอกออกมาพร อมก นเป นช ดเด ยวก นท วท งต นน นเอง 4 ปร บ ซ เอ น เรโช ทางใบ ให น ำ 100 ล 0 42 56 200 กร ม ธาต รอง ธาต เสร ม 100 ซ ซ แคลเซ ยม โบรอน 100 ซ ซ สารสก ดสม นไพร 250 ซ ซ 1 2 รอบ ห างก นรอบละ 5 7 ว น ฉ ดพ นพอเป ยกใบ ทางราก เป ดหน าด นโคนต น งดน ำเด ดขาด หมายเหต ว ตถ ประสงค เพ อเพ มปร มาณ ซ อาหารกล มสร างดอก บำร งผล และลดปร มาณ เอ น อาหารกล มสร างใบ บำร งต น ซ งจะส งผลให ต นออกดอกหล งการเป ดตาดอก ต นท ม อาการอ นตาดอกด จนพอใจแล วไม ต องฉ ดพ นกล โคสหร อนมส ตว สดเพ มอ ก แต ถ าต นม อาการอ นตาดอกไม ด หร อย งไม น าพอใจ แนะนำให ฉ ดพ นกล โคสหร อนมส ตว ทางใบอ กซ ำอ ก 1 รอบ โดยเว นระยะเวลาให ห างจากท เคยให เม อช วงสะสมอาหารไม น อยกว า 30 45 ว น ก อนลงม อปร บ ซ เอ น เรโช จะต องต ดตามข าวพยากรณ อากาศให ม นใจว าระหว างปร บ ซ เอ น เรโช จะไม ม ฝนตก เพราะถ าม ฝนตกลงมา มาตรการงดน ำก ต องล มเหลว ข นตอนการปร บอ ตราส วน ซ เอ น เรโช จะสมบ รณ ด หร อไม ให ส งเกตจากต น ถ าต นเก ดอาการใบสลดแสดงว าในต นม ปร มาณ ซ มากส วนปร มาณ เอ น เร มลดลง และส งเกตความพร อมของต นก อนเป ดตาดอกจากล กษณะใบใหญ หนาเข ยวเข ม ก งช วงปลายและใบกรอบเปราะ ข อใบส น ห ใบอวบอ วน ตาดอกโชว เห นช ด การให สารอาหารทางใบซ งม น ำเป นส วนผสมน น อย าให โชกจนตกลงถ งพ นเพราะจะกลายเป นการให น ำทางราก แนวทางปฏ บ ต ค อ ให บางๆเพ ยงเป ยกใบเท าน น เม องดน ำ ไม รดน ำ แล วต องควบค มปร มาณน ำใต ด นโคนต นไม ให มากเก นไปโดยการทำร องระบายน ำใต ด นหร อร องสะเด ดน ำด วย กรณ สวนยกร องน ำหล อต องใช ระยะเวลาในการงดน ำนานมากกว าจ งจะทำให ใบสลดได อาจส งผลให แผนการผล ตท กำหนดไว คลาดเคล อน ด งน จ งจำเป นต องส บน ำออกต งแต ก อนปร บ ซ เอ น เรโช โดยกะคะเนให ด นโคนต นแห งถ งขนาดแตกระแหงและม ความช นไม เก น 10 เปอร เซ นต ตรงก บช วงปร บ ซ เอ น เรโช พอด 5 เป ดตาดอก ทางใบ ส ตร 1 ให น ำ 100 ล สาหร ายทะเล 100 ซ ซ ฮอร โมน ไข 100 ซ ซ ธาต รอง ธาต เสร ม 100 ซ ซ สารสก ดสม นไพร 250 ซ ซ ส ตร 2 ให น ำ 100 ล 13 0 46 500 กร ม ธาต รอง ธาต เสร ม 100 ซ ซ สารสก ดสม นไพร 250 ซ ซ เล อกใช ส ตรใดส ตรหน งหร อใช ท ง 2 ส ตรแบบสล บคร งก น ฉ ดพ นพอเป ยกใบ ท ก 5 7 ว น ฉ ดพ นสารสก ดสม นไพร ท ก 2 3 ว น ทางราก ให 8 24 24 กก ต นทรงพ ม 3 5 ม ให น ำปกต ท ก 2 3 ว น หมายเหต เล อกใช ให ทางใบด วยส ตรใดส ตรหน งหร อใช ท งสองส ตรแบบสล บคร งก นก ได หล งจากเป ดตาดอกแล ว ถ าดอกออกมาไม มากพอ ระหว างท ดอกช ดแรกย งเป นดอกต มอย น น ให เป ดตาดอกซ ำอ ก 1 2 รอบด วยส ตรเด ม หร อจนกระท งดอกช ดแรกบานแล วจ งย ต การเป ดตาดอกซ ำ 6 บำร งดอก ทางใบ ให น ำ 100 ล 10 45 10 200 กร ม ธาต รอง ธาต เสร ม 100 ซ ซ เอ นเอเอ 100 ซ ซ ฮอร โมนไข 25 ซ ซ สารสก ดสม นไพร 250 ซ ซ ฉ ดพ นพอเป ยก ระว งอย าให โชกจนลงถ งพ น ฉ ดพ นสารสก ดสม นไพร ท ก 2 3 ว น ทางราก ย งคงเป ดหน าด นโคนต น ให 8 24 24 หร อ 9 26 26 ส ตรใดส ตรหน ง 1 2 กก ต นทรงพ ม 3 5 ม ให น ำปกต ท ก 2 3 ว น หมายเหต ช วงดอกต งแต เร มแทงออกมาให เห นหร อระยะดอกต ม บำร งด วยฮอร โมนเอ นเอเอ 1 2 รอบ จะช วยบำร งเกสรท งต วผ และต วเม ยให สมบ รณ พร อมร บผสม แต ต องใช ด วยระม ดระว งเพราะถ าให เข มข นเก นไปจะเก ดความเส ยหายต อดอกและถ าให อ อนเก นไปก จะไม ได ผล ช วงดอกเร มแทงออกมาใหม ๆให แคลเซ ยม โบรอน 1 รอบ จะช วยให ดอกสมบ รณ ผสมต ดด ช วงดอกต มควรฉ ดพ นสารสก ดสม นไพรให บ อยข น เพ อป องก นกำจ ดโรคและแมลงจนถ งช วงดอกบาน ช วงดอกบานควรงดการฉ ดพ นทางใบโดยเฉาะช วงกลางว น 08 00 12 00 น เพราะอาจทำให เกสรเป ยกจนผสมไม ต ดได หากจำเป นต องฉ ดพ นสารสก ดสม นไพรให ฉ ดพ นช วงหล งค ำ ระยะดอกบานถ าตรงก บช วงฝนช กเกสรจะเป ยกช นทำให ผสมไม ต ด แก ไขโดยกะระยะเวลาบำร งให ดอกออกมาแล วไม ตรงก บช วงฝนช กเท าน น แต ถ าดอกออกมาตรงก บช วงแล งอากาศร อนมากเกสรจะฝ อทำให ผสมไม ต ดเช นก น แก ไขโดยสร างความช นส มพ ทธ ในอากาศและท พ นด นในท งในแปลงปล กและรอบๆแปลงปล ก มาตรการบำร งต นและดอกให สมบ รณ อย างแท จร งอย เสมอจะช วยลดความส ญเส ยได เป นอย างมาก เพ อความม นใจในเปอร เซ นต หร อประส ทธ ภาพของฮอร โมน เอ นเอเอ แนะนำให ใช ฮอร โมน เอ นเอเอ ว ทยาศาสตร แทนฮอร โมน เอ นเอเอ ทำเองจะได ผลกว า ฉ ดพ นสารอาหารเพ อบำร งดอกด วยเคร องม อฉ ดพ นท ม แรงลมพ นเบาท ส ดตามความเหมาะสมเพ อไม ให กระทบกระเท อนต อส วนต างๆของดอก ฉ ดพ นท ช อดอกโดยตรงพอเป ยกหร อฉ ดพ นให ท งทรงพ มพอเป ยกใบก ได บำร งดอกช วงฝนช กให เน น ส งกะส และ แคลเซ ยม โบรอน โดยให เม อดอกออกมาแล วหร อให แบบสะสมล วงหน าต งแต ช วงเป ดตาดอก ด วยว ธ ให เด ยวๆหร อผสมรวมไปก บธาต อาหารอ นๆก ได การไม ใช สารเคม เลยต ดต อก นเป นเวลานานๆ จะม ผ งหร อแมลงธรรมชาต อ นๆเข ามาช วยผสมเกสรจะส งผลให ต ดผลดกข น 7 บำร งผลเล ก ทางใบ ให น ำ 100 ล 21 7 14 200 กร ม ธาต รอง ธาต เสร ม 100 ซ ซ แคลเซ ยม โบรอน 100 ซ ซ ฮอร โมนไข 25 ซ ซ สารสก ดสม นไพร 250 ซ ซ ฉ ดพ นพอเป ยกใบ ท ก 5 7 ว น ฉ ดพ นสารสก ดสม นไพร ท ก 2 3 ว น ทางราก นำอ นทร ย ว ตถ กล บเข าคล มโคนต นให เหม อนเด ม ให ย บซ มธรรมชาต 10 เปอร เซ นต ของอ ตราการใส เม อช วงเตร ยมด น ให น ำหม กช วภาพส ตรระเบ ดเถ ดเท ง 25 7 7 1 2 กก ต นทรงพ ม 3 5 ม เด อน ให น ำเปล าปกต ท ก 2 3 ว น หมายเหต เร มปฏ บ ต หล งผสมต ดหร อกล บดอกร วง 8 บำร งผลกลาง ทางใบ ให น ำ 100 ล 21 7 14 200 กร ม ธาต รอง ธาต เสร ม 100 ซ ซ แคลเซ ยม โบรอน 100 ซ ซ ไคโตซาน 100 ซ ซ ฮอร โมนไข 25 ซ ซ สารสก ดสม นไพร 250 ซ ซ ฉ ดพ นพอเป ยกใบ ฉ ดพ นสารสก ดสม นไพร ท ก 2 3 ว น ทางราก ใส น ำหม กช วภาพส ตรระเบ ดเถ ดเท ง 21 7 14 1 2 กก ต น เด อน ให น ำปกต ท ก 2 3 ว น หมายเหต เร มลงม อบำร งระยะผลขนาดกลางเม อเมล ดเร มเข าไคล การท จะร ว าผลเร มเข าไคลแล วหร อย งจะต องใช ว ธ ส มเก บผลมาผ าด เมล ดภายใน ถ าต นต ดผลดกมากควรให ฮอร โมนน ำดำ 1 2 รอบ โดยแบ งให ตลอดระยะผลกลางจะช วยให ต นไม โทรมเน องจากร บภาระเล ยงผลมาก 9 ระยะผลแก ก อนเก บเก ยว ทางใบ ในรอบ 7 ว นให น ำ 100 ล 0 21 74 200 กร ม หร อ 0 0 50 200 กร ม ส ตรใดส ตรหน ง ธาต รอง ธาต เสร ม 100 ซ ซ สาร สก ดสม นไพร 250 ซ ซ 5 7 ว นก อนเก บเก ยว ฉ ดพ นพอเป ยกใบ ฉ ดพ นสารสก ดสม นไพร ท ก 2 3 ว น ทางราก เป ดหน าด นโคนต น ทำร องระบายน ำป องน ำข งค างโคนต น ให 13 13 21 หร อ 8 24 24 ส ตรใดส ตรหน ง 1 2 กก ต นทรงพ ม 3 5 ม งดให น ำเด ดขาด หมายเหต เร มปฏ บ ต ก อนเก บเก ยวตามปกต 10 20 ว นและให ปฏ บ ต ต อไปจนกว าจะหมดฝน หล งจากหมดฝนแล วให บำร งด วยส ตรเด มและว ธ เด มต อไปอ ก 2 3 รอบ จากน นให ส มเก บลงมาผ าพ ส จน ภายในก จะร ว าสมควรลงม อเก บเก ยวได แล วหร อต องบำร งต อไปอ ก การบำร งผลแก ใกล เก บเก ยวโดยให ทางรากด วย 13 13 21 จะทำให ต นโทรม หล งเก บเก ยวผลส ดท ายไปจากต นแล วต องเร งบำร งเพ อฟ นฟ สภาพต นเร ยกความสมบ รณ กล บค นมาท นท การบำร งผลแก ใกล เก บเก ยวโดยให ทางรากด วย 8 24 24 เหมาะสำหร บต นท ม ผลหลายร นซ งหล งจากเก บเก ยวผลแก ร นแรกไปแล วจะช วยบำร งผลช ดหล งต อ นอกจากน ย งทำให ต นไม โทรมเหมาะสำหร บการเตร ยมความพร อมต นต อการปฏ บ ต บำร งร นป ต อไปอ กด วย หร อถ าต นสมบ รณ พร อมก ลงม อ เป ดตาดอก ต อได เลย ซ งการบำร งแบบต อเน องน จะสำเร จได ก ต อเม อต นม ความสมบ รณ แข งแรงอย างแท จร ง โดยเฉพาะต นสาวท ให ผลผล ตน อยท งๆท บำร งท จะสามารถทำได ง าย บำร งท บท มให ออกดอกต ดผลตลอดป ท บท มออกดอกต ดผลได แบบไม ม ร น หล งจากต นได อาย เร มให ผลผล ตแล วใช ว ธ บำร งแบบให ม สารอาหารก นตลอด 24 ชม ต อเน องต ดต อก นหลายๆป และหม นต ดแต งทรงพ มให โปร งเสมอ ท บท มก จะม ดอก ผลหลายร น ในต นเด ยวก

    Original URL path: http://www.farmkaset.org/html5/contents.aspx?con_id=2535 (2016-04-26)
    Open archived version from archive


  • ทับทิม และ การปลูกทับทิม : | FarmKaset.ORG
    ม ระยะพ กต ว ระยะปล กท บท ม ระยะปกต 4 X 6 ม หร อ 6 X 6 ม ระยะช ด 4 X 3 ม หร อ 3 X 3 ม เตร ยมด นและอ นทร ย ว ตถ สำหร บปล กท บท ม ใส ป ยคอก ม ลว วเน อ นม ม ลไก ไข เน อ นกกระทา แห งเก าข ามป ป ละ 2 คร ง ให ย บซ มธรรมชาต ป ละ 2 คร ง ให กระด กป น ป ละ 1 คร ง คล มโคนต นด วยเศษพ ชแห งหนาๆเต มพ นท บร เวณทรงพ ม ล ำออกไปถ งนอกเขตทรงพ ม ให ป ยน ำช วภาพระเบ ดเถ ดเท งหร อจ ล นทร ย 1 2 เด อน คร ง หมายเหต การฝ งซากส ตว เช น หอยเชอร ปลาสด เป นช นเท าล กมะนาวหร อบดละเอ ยด ท ชายเขตทรงพ ม 4 5 หล ม ต นทรงพ ม 3 5 ม ฝ งป เว นป เพ อให ต นม สารอาหารก นตลอด 24 ชม ต อเน องหลายๆป จะทำให ต นม ความสมบ รณ ส งพร อมต อการบำร งท กข นตอน ให ป ยน ำช วภาพ ทางใบ ทางราก บ อยเก นไปจะทำให ต นหย ดการเจร ญเต บโต ไม แตกใบอ อน ผลหย ดขยายขนาดแล วกลายเป นผลแก การให ทางใบอาจเป นแหล งอาศ ยและแพร ระบาดของเช อราได ฮอร โมนธรรมชาต และฮอร โมนว ทยาศาสตร จะให ประส ทธ ภาพเต มร อยก ต อเม อ ต นม สภาพความสมบ รณ ส ง เตร ยมต นท บท ม ต ดแต งก ง ท บท มออกดอกจากซอกใบปลายก งอาย ข ามป การต ดแต งก งประจำป หร อหล งเก บเก ยวผลผล ตให ต ดเฉพาะก งท ออกดอกต ดผลเพ อสร างใบใหม สำหร บให ออกดอกต ดผลในป ต อไป ส วนก งท ไม ออกดอกต ดผลในป น ให คงไว แล วบำร งต อไป ต ดก งบ งแสงแดดต อก งอ นออก ทำให ทรงพ มโปร งจนแสงแดดสามารถส องได ถ งท กก งท วทรงพ ม ก งได ร บแสงแดดจะสมบ รณ ด กว าก งไม ได ร บแสงแดดหร อได ร บแสงแดดน อย ต ดก งกระโดง ก งในทรงพ ม ก งคดงอ ก งช ลง ก งไขว ก งหางหน ก งเป นโรค และก งออกดอกต ดผลแล วเพ อเร ยกยอดใหม สำหร บออดอกต ดผลในร นป ต อไป การต ดแต งก งภายในทรงพ มควรให โปร งจนแสงส องผ านลงไปถ งโคนต นได ต ดแต งก งปกต ควรต ดให เหล อใบประมาณ 50 เปอร เซ นต และเม อใบอ อนช ดใหม ออกมาแล วให ม ใบประมาณ 80 เปอร เซ นต จะช วยให การผล ดอกต ดผลด ต ดยอดก งประธาน ผ ากบาล ณ ความส งต นตามต องการ นอกจากช วยทำให แสงแดดผ านจากยอดเข าส ภายในทรงพ มได อย างท วถ ง แสงแดดท ร อนย งช วยกำจ ดเช อราได เป นอย างด และเพ อควบค มขนาดความส งทรงพ มอ กด วย น ส ยท บท มม กออกดอกหล งจากกระทบหนาวได ระยะหน ง ด งน นจ งควรต ดแต งก ง เร ยกใบอ อนช วงต นหน าฝนแล วเข าส ข นตอนการบำร งต อไปตามลำด บจะทำให ต นม ความสมบ รณ เต มท ด กว าการต ดแต งก งในช วงอ น หมายความว า หล งจากเก บเก ยวผลผล ตแล วย งไม ต องต ดแต งก งแต ให บำร งตามปกต ต อไปก อน จนกระท งเข าส หน าฝนจ งลงม อต ดแต งก ง ต ดแต งราก ท บท มม ระบบรากต น และจำนวนน อยจ งไม ควรต ดแต งราก แต ถ าต องการสร างรากใหม ให ม ประส ทธ ภาพในการหาอาหารด ย งข นให ใช ว ธ ล อรากด วยการพ นโคนต น ต นอาย หลายป ขนาดทรงพ มใหญ มาก ระบบรากเก าและแก มาก ให พ จารณาต ดแต งรากส วนปลายออก 1 ใน 4 ด วยการพรวนด นรอบทรงพ มล ก 10 15 ซม หล งจากให ฮอร โมนบำร งรากไปแล วต นจะแตกรากใหม จำนวนมากข นและม ประส ทธ ภาพในการด ดซ บสารอาหารได ด กว าเด ม ข นตอนการปฏ บ ต บำร งต อท บท ม 1 เร ยกใบอ อน ทางใบ ให น ำ 100 ล 46 0 0 200 กร ม หร อ 25 5 5 200 กร ม ส ตรใดส ตรหน ง จ บเบอเรลล น 10 ซ ซ ธาต รอง ธาต เสร ม 100 ซ ซ สารสก ดสม นไพร 250 ซ ซ ฉ ดพ นพอเป ยกใบ ท ก 5 7 ว น ฉ ดพ นสารสก ดสม นไพร ท ก 2 3 ว น ทางราก ให น ำหม กช วภาพlส ตรระเบ ดเถ ดเท ง 25 7 7 1 กก ต นทรงพ ม 3 5 ม เด อน ให น ำเปล า ท ก 3 5 ว น หมายเหต ใบอ อนเม อออกมาแล วต องระว งโรคและแมลงศ ตร เข าทำลายเพราะหากใบอ อนช ดใดช ดหน งถ กทำลายเส ยหายจะต องเร มเร ยกช ดท 1 ใหม ซ งจะทำให เส ยเวลาและกำหนดระยะการออกดอกต ดผลต องเล อนออกไปอ กด วย เร ยกใบอ อนโดยการใส ป ยทางรากส ตร 25 7 7 จะช วยให ได ใบท ม ขนาดใหญ ม พ นท หน าใบส งเคราะห อาหารมาก และค ณภาพด กว าใส ป ยส ตรเสมอ หล งจากให ทางใบไปแล ว 5 7 ว น ถ าต นใดแตกใบอ อนน อยกว า 50 เปอร เซ นต ให ฉ ดพ นซ ำรอบสองด วยอ ตราและว ธ การเด ม เพราะถ าต นแตกใบอ อนไม พร อมก นท วท งต นจะส งผลเส ยหลายอย างต งแต การเร งใบอ อนเป นใบแก การสะสมอาหารเพ อการออก การปร บ ซ เอ น เรโช การเป ดตาดอก ซ งจะออกดอกไม พร อมก นท วท งต น และเม อดอกออกไม พร อมก นก กลายเป นผลไม พร อมก นทำให ย งยากต อการปฏ บ ต บำร งตามข นตอนอย างมาก แนวทางแก ไข ค อ ต องบำร งเร ยกใบอ อนให ออกมาเป นช ดเด ยวพร อมก นท งต นให ได ท บท มต องการใบอ อน 2 ช ด ถ าต นสมบ รณ ด ม การเตร ยมด นและปร บปร งบำร งด นสม ำเสมอต อเน องมาหลายๆป แล ว หล งจากใบอ อนช ดแรกเร มๆเพสลาดแล วให เร ยกใบอ อนช ดท 2 ต อได เลย ใบช ดท 2 น อาจจะออกไม พร อมก นท งต นเหม อนช ดแรกแต ก จะออกห างก นไม เก น 7 10 ว น และหล งจากใบอ อนช ดท 2 เร มเพสลาดก ให เข าส ข นตอนการบำร งต อไปตามปกต 2 เร งใบอ อนเป นใบแก ทางใบ ให น ำ 100 ล 0 21 74 200 กร ม หร อ 0 39 39 200 กร ม ส ตรใดส ตรหน ง ธาต รอง ธาต เสร ม 100 ซ ซ สารสก ดสม นไพร 250 ซ ซ ฉ ดพ นพอเป ยกใบ 1 2 รอบ ห างก นรอบละ 3 5 ว น ฉ ดพ นสารสก ดสม นไพร ท ก 2 3 ว น ทางราก ให 8 24 24 1 2 กก ต นทรงพ ม 3 5 ม ให น ำปกต ท ก 2 3 ว น หมายเหต ลงม อบำร งเม อใบอ อนช ดแรกอกมาเร มแผ กาง ว ตถ ประสงค เพ อเร งใบช ดใหม ให สามารถส งเคราะห อาหารได และเร งระยะเวลาเร ยกใบอ อนช ดต อไปได เร วข น ก บท งเพ อให ใบอ อนรอดพ นจากทำลายของแมลงปากก ดปากด ด สารอาหารในกล มเร งใบอ อนเป นใบแก ฟอสฟอร ส และโปแตสเซ ยม ช วยเสร มประส ทธ ภาพข นตอนสะสมอาหารเพ อการออกดอกได ด วย 3 สะสมอาหารเพ อการออกดอก ทางใบ ให น ำ 100 ล 0 42 56 200 กร ม ธาต รอง ธาต เสร ม 100 ซ ซ แคลเซ ยม โบรอน 100 ซ ซ สารสก ดสม นไพร 250 ซ ซ ท ก 5 7 ว น ต ดต อก น 2 3 รอบแล วให น ำ 100 ล ฮอร โมนไข 25 ซ ซ สารสก ดสม นไพร 250 ซ ซ สล บ 1 รอบ ฉ ดพ นพอเป ยกใบ ต ดต อก น 1 2 เด อน จะช วยให ต นสมบ รณ เต มท ฉ ดพ นสารสก ดสม นไพร ท ก 2 3 ว น ทางราก ให ป ยน ำช วภาพส ตรระเบ ดเถ ดเท ง 8 24 24 หร อ 9 26 26 ส ตรใดส ตรหน ง 1 2 กก ต นทรงพ ม 5 ม เด อน ให น ำเปล าปกต ท ก 2 3 ว น หมายเหต เร มปฏ บ ต หล งจากใบอ อนช ดส ดท ายเพสลาด แนวทางบำร งให ต นได สะสมอาหารเพ อการออกดอกไว มากท ส ดควรเตร ยมแผนใช เวลาบำร ง 2 เด อน ในห วง 2 เด อนน ให กล โคสผงหร อนมส ตว สด 2 รอบ โดยรอบแรกให เม อเร มลงม อบำร งและให รอบสองห างจากรอบแรก 20 30 ว น ปร มาณ 8 24 24 หร อ 9 26 26 ใส มากหร อน อยข นอย ก บปร มาณการต ดผลในร นท ผ านมา กล าวค อ ถ าร นท ผ านมาต ดผลดกมาก ผลผล ตม ค ณภาพด มาก ให ใส ในปร มาณท มากข น แต ถ าร นท ผ านมาต ดผลดกน อยหร อไม ต ดผลเลย ให ใส ในปร มาณปานกลาง การเพ มปร มาณป ยให มากข น หมายถ ง การให อ ตราเด มแต ระยะเวลาให ถ ข น เช น จากเคยให 15 ว น คร งก ให เปล ยนเป น 10 ว น คร ง ก อนเข าส ข นตอนการบำร งข นต อไป ค อ ปร บ ซ เอ น เรโช ให ทบทวนความทรงจำเม อคร งเร ยกใบอ อนแล วใบอ อนออกมาพร อมก นเป นช ดเด ยวท วท งต นหร อไม ถ าใบอ อนออกมาพร อมก นด ท วท งต นให ปร บ ซ เอ น เรโช ต อไปได เลย แต ถ าใบอ อนออกมาไม พร อมก นเป นช ดเด ยวท วท งต นและค อนข างต างร นก นมากก ให บำร งสะสมอาหารเพ อการออกดอกต อไปอ ก 2 3 รอบ เพ อรอให ใบอ อนช ดหล งสะสมอาหารจนอ นตาดอกด เท าก บใบอ อนช ดแรกจากน นจ งลงม อปร บ ซ เอ น เรโช ท งน ว ตถ ประสงค เพ อทำให ม ดอกออกมาพร อมก นเป นช ดเด ยวก นท วท งต นน นเอง 4 ปร บ ซ เอ น เรโช ทางใบ ให น ำ 100 ล 0 42 56 200 กร ม ธาต รอง ธาต เสร ม 100 ซ ซ แคลเซ ยม โบรอน 100 ซ ซ สารสก ดสม นไพร 250 ซ ซ 1 2 รอบ ห างก นรอบละ 5 7 ว น ฉ ดพ นพอเป ยกใบ ทางราก เป ดหน าด นโคนต น งดน ำเด ดขาด หมายเหต ว ตถ ประสงค เพ อเพ มปร มาณ ซ อาหารกล มสร างดอก บำร งผล และลดปร มาณ เอ น อาหารกล มสร างใบ บำร งต น ซ งจะส งผลให ต นออกดอกหล งการเป ดตาดอก ต นท ม อาการอ นตาดอกด จนพอใจแล วไม ต องฉ ดพ นกล โคสหร อนมส ตว สดเพ มอ ก แต ถ าต นม อาการอ นตาดอกไม ด หร อย งไม น าพอใจ แนะนำให ฉ ดพ นกล โคสหร อนมส ตว ทางใบอ กซ ำอ ก 1 รอบ โดยเว นระยะเวลาให ห างจากท เคยให เม อช วงสะสมอาหารไม น อยกว า 30 45 ว น ก อนลงม อปร บ ซ เอ น เรโช จะต องต ดตามข าวพยากรณ อากาศให ม นใจว าระหว างปร บ ซ เอ น เรโช จะไม ม ฝนตก เพราะถ าม ฝนตกลงมา มาตรการงดน ำก ต องล มเหลว ข นตอนการปร บอ ตราส วน ซ เอ น เรโช จะสมบ รณ ด หร อไม ให ส งเกตจากต น ถ าต นเก ดอาการใบสลดแสดงว าในต นม ปร มาณ ซ มากส วนปร มาณ เอ น เร มลดลง และส งเกตความพร อมของต นก อนเป ดตาดอกจากล กษณะใบใหญ หนาเข ยวเข ม ก งช วงปลายและใบกรอบเปราะ ข อใบส น ห ใบอวบอ วน ตาดอกโชว เห นช ด การให สารอาหารทางใบซ งม น ำเป นส วนผสมน น อย าให โชกจนตกลงถ งพ นเพราะจะกลายเป นการให น ำทางราก แนวทางปฏ บ ต ค อ ให บางๆเพ ยงเป ยกใบเท าน น เม องดน ำ ไม รดน ำ แล วต องควบค มปร มาณน ำใต ด นโคนต นไม ให มากเก นไปโดยการทำร องระบายน ำใต ด นหร อร องสะเด ดน ำด วย กรณ สวนยกร องน ำหล อต องใช ระยะเวลาในการงดน ำนานมากกว าจ งจะทำให ใบสลดได อาจส งผลให แผนการผล ตท กำหนดไว คลาดเคล อน ด งน จ งจำเป นต องส บน ำออกต งแต ก อนปร บ ซ เอ น เรโช โดยกะคะเนให ด นโคนต นแห งถ งขนาดแตกระแหงและม ความช นไม เก น 10 เปอร เซ นต ตรงก บช วงปร บ ซ เอ น เรโช พอด 5 เป ดตาดอก ทางใบ ส ตร 1 ให น ำ 100 ล สาหร ายทะเล 100 ซ ซ ฮอร โมน ไข 100 ซ ซ ธาต รอง ธาต เสร ม 100 ซ ซ สารสก ดสม นไพร 250 ซ ซ ส ตร 2 ให น ำ 100 ล 13 0 46 500 กร ม ธาต รอง ธาต เสร ม 100 ซ ซ สารสก ดสม นไพร 250 ซ ซ เล อกใช ส ตรใดส ตรหน งหร อใช ท ง 2 ส ตรแบบสล บคร งก น ฉ ดพ นพอเป ยกใบ ท ก 5 7 ว น ฉ ดพ นสารสก ดสม นไพร ท ก 2 3 ว น ทางราก ให 8 24 24 กก ต นทรงพ ม 3 5 ม ให น ำปกต ท ก 2 3 ว น หมายเหต เล อกใช ให ทางใบด วยส ตรใดส ตรหน งหร อใช ท งสองส ตรแบบสล บคร งก นก ได หล งจากเป ดตาดอกแล ว ถ าดอกออกมาไม มากพอ ระหว างท ดอกช ดแรกย งเป นดอกต มอย น น ให เป ดตาดอกซ ำอ ก 1 2 รอบด วยส ตรเด ม หร อจนกระท งดอกช ดแรกบานแล วจ งย ต การเป ดตาดอกซ ำ 6 บำร งดอก ทางใบ ให น ำ 100 ล 10 45 10 200 กร ม ธาต รอง ธาต เสร ม 100 ซ ซ เอ นเอเอ 100 ซ ซ ฮอร โมนไข 25 ซ ซ สารสก ดสม นไพร 250 ซ ซ ฉ ดพ นพอเป ยก ระว งอย าให โชกจนลงถ งพ น ฉ ดพ นสารสก ดสม นไพร ท ก 2 3 ว น ทางราก ย งคงเป ดหน าด นโคนต น ให 8 24 24 หร อ 9 26 26 ส ตรใดส ตรหน ง 1 2 กก ต นทรงพ ม 3 5 ม ให น ำปกต ท ก 2 3 ว น หมายเหต ช วงดอกต งแต เร มแทงออกมาให เห นหร อระยะดอกต ม บำร งด วยฮอร โมนเอ นเอเอ 1 2 รอบ จะช วยบำร งเกสรท งต วผ และต วเม ยให สมบ รณ พร อมร บผสม แต ต องใช ด วยระม ดระว งเพราะถ าให เข มข นเก นไปจะเก ดความเส ยหายต อดอกและถ าให อ อนเก นไปก จะไม ได ผล ช วงดอกเร มแทงออกมาใหม ๆให แคลเซ ยม โบรอน 1 รอบ จะช วยให ดอกสมบ รณ ผสมต ดด ช วงดอกต มควรฉ ดพ นสารสก ดสม นไพรให บ อยข น เพ อป องก นกำจ ดโรคและแมลงจนถ งช วงดอกบาน ช วงดอกบานควรงดการฉ ดพ นทางใบโดยเฉาะช วงกลางว น 08 00 12 00 น เพราะอาจทำให เกสรเป ยกจนผสมไม ต ดได หากจำเป นต องฉ ดพ นสารสก ดสม นไพรให ฉ ดพ นช วงหล งค ำ ระยะดอกบานถ าตรงก บช วงฝนช กเกสรจะเป ยกช นทำให ผสมไม ต ด แก ไขโดยกะระยะเวลาบำร งให ดอกออกมาแล วไม ตรงก บช วงฝนช กเท าน น แต ถ าดอกออกมาตรงก บช วงแล งอากาศร อนมากเกสรจะฝ อทำให ผสมไม ต ดเช นก น แก ไขโดยสร างความช นส มพ ทธ ในอากาศและท พ นด นในท งในแปลงปล กและรอบๆแปลงปล ก มาตรการบำร งต นและดอกให สมบ รณ อย างแท จร งอย เสมอจะช วยลดความส ญเส ยได เป นอย างมาก เพ อความม นใจในเปอร เซ นต หร อประส ทธ ภาพของฮอร โมน เอ นเอเอ แนะนำให ใช ฮอร โมน เอ นเอเอ ว ทยาศาสตร แทนฮอร โมน เอ นเอเอ ทำเองจะได ผลกว า ฉ ดพ นสารอาหารเพ อบำร งดอกด วยเคร องม อฉ ดพ นท ม แรงลมพ นเบาท ส ดตามความเหมาะสมเพ อไม ให กระทบกระเท อนต อส วนต างๆของดอก ฉ ดพ นท ช อดอกโดยตรงพอเป ยกหร อฉ ดพ นให ท งทรงพ มพอเป ยกใบก ได บำร งดอกช วงฝนช กให เน น ส งกะส และ แคลเซ ยม โบรอน โดยให เม อดอกออกมาแล วหร อให แบบสะสมล วงหน าต งแต ช วงเป ดตาดอก ด วยว ธ ให เด ยวๆหร อผสมรวมไปก บธาต อาหารอ นๆก ได การไม ใช สารเคม เลยต ดต อก นเป นเวลานานๆ จะม ผ งหร อแมลงธรรมชาต อ นๆเข ามาช วยผสมเกสรจะส งผลให ต ดผลดกข น 7 บำร งผลเล ก ทางใบ ให น ำ 100 ล 21 7 14 200 กร ม ธาต รอง ธาต เสร ม 100 ซ ซ แคลเซ ยม โบรอน 100 ซ ซ ฮอร โมนไข 25 ซ ซ สารสก ดสม นไพร 250 ซ ซ ฉ ดพ นพอเป ยกใบ ท ก 5 7 ว น ฉ ดพ นสารสก ดสม นไพร ท ก 2 3 ว น ทางราก นำอ นทร ย ว ตถ กล บเข าคล มโคนต นให เหม อนเด ม ให ย บซ มธรรมชาต 10 เปอร เซ นต ของอ ตราการใส เม อช วงเตร ยมด น ให น ำหม กช วภาพส ตรระเบ ดเถ ดเท ง 25 7 7 1 2 กก ต นทรงพ ม 3 5 ม เด อน ให น ำเปล าปกต ท ก 2 3 ว น หมายเหต เร มปฏ บ ต หล งผสมต ดหร อกล บดอกร วง 8 บำร งผลกลาง ทางใบ ให น ำ 100 ล 21 7 14 200 กร ม ธาต รอง ธาต เสร ม 100 ซ ซ แคลเซ ยม โบรอน 100 ซ ซ ไคโตซาน 100 ซ ซ ฮอร โมนไข 25 ซ ซ สารสก ดสม นไพร 250 ซ ซ ฉ ดพ นพอเป ยกใบ ฉ ดพ นสารสก ดสม นไพร ท ก 2 3 ว น ทางราก ใส น ำหม กช วภาพส ตรระเบ ดเถ ดเท ง 21 7 14 1 2 กก ต น เด อน ให น ำปกต ท ก 2 3 ว น หมายเหต เร มลงม อบำร งระยะผลขนาดกลางเม อเมล ดเร มเข าไคล การท จะร ว าผลเร มเข าไคลแล วหร อย งจะต องใช ว ธ ส มเก บผลมาผ าด เมล ดภายใน ถ าต นต ดผลดกมากควรให ฮอร โมนน ำดำ 1 2 รอบ โดยแบ งให ตลอดระยะผลกลางจะช วยให ต นไม โทรมเน องจากร บภาระเล ยงผลมาก 9 ระยะผลแก ก อนเก บเก ยว ทางใบ ในรอบ 7 ว นให น ำ 100 ล 0 21 74 200 กร ม หร อ 0 0 50 200 กร ม ส ตรใดส ตรหน ง ธาต รอง ธาต เสร ม 100 ซ ซ สาร สก ดสม นไพร 250 ซ ซ 5 7 ว นก อนเก บเก ยว ฉ ดพ นพอเป ยกใบ ฉ ดพ นสารสก ดสม นไพร ท ก 2 3 ว น ทางราก เป ดหน าด นโคนต น ทำร องระบายน ำป องน ำข งค างโคนต น ให 13 13 21 หร อ 8 24 24 ส ตรใดส ตรหน ง 1 2 กก ต นทรงพ ม 3 5 ม งดให น ำเด ดขาด หมายเหต เร มปฏ บ ต ก อนเก บเก ยวตามปกต 10 20 ว นและให ปฏ บ ต ต อไปจนกว าจะหมดฝน หล งจากหมดฝนแล วให บำร งด วยส ตรเด มและว ธ เด มต อไปอ ก 2 3 รอบ จากน นให ส มเก บลงมาผ าพ ส จน ภายในก จะร ว าสมควรลงม อเก บเก ยวได แล วหร อต องบำร งต อไปอ ก การบำร งผลแก ใกล เก บเก ยวโดยให ทางรากด วย 13 13 21 จะทำให ต นโทรม หล งเก บเก ยวผลส ดท ายไปจากต นแล วต องเร งบำร งเพ อฟ นฟ สภาพต นเร ยกความสมบ รณ กล บค นมาท นท การบำร งผลแก ใกล เก บเก ยวโดยให ทางรากด วย 8 24 24 เหมาะสำหร บต นท ม ผลหลายร นซ งหล งจากเก บเก ยวผลแก ร นแรกไปแล วจะช วยบำร งผลช ดหล งต อ นอกจากน ย งทำให ต นไม โทรมเหมาะสำหร บการเตร ยมความพร อมต นต อการปฏ บ ต บำร งร นป ต อไปอ กด วย หร อถ าต นสมบ รณ พร อมก ลงม อ เป ดตาดอก ต อได เลย ซ งการบำร งแบบต อเน องน จะสำเร จได ก ต อเม อต นม ความสมบ รณ แข งแรงอย างแท จร ง โดยเฉพาะต นสาวท ให ผลผล ตน อยท งๆท บำร งท จะสามารถทำได ง าย บำร งท บท มให ออกดอกต ดผลตลอดป ท บท มออกดอกต ดผลได แบบไม ม ร น หล งจากต นได อาย เร มให ผลผล ตแล วใช ว ธ บำร งแบบให ม สารอาหารก นตลอด 24 ชม ต อเน องต ดต อก นหลายๆป และหม นต ดแต งทรงพ มให โปร งเสมอ ท บท มก จะม ดอก ผลหลายร น ในต นเด ยวก

    Original URL path: http://www.farmkaset.org/html5/contents.aspx?con_id=2535&cat_name= (2016-04-26)
    Open archived version from archive

  • ปลูกข่า ทำเงินล้าน หนุ่มใหญ่ทิ้งอาชีพวิศวกรสู่ชาวไร่ข่า : | FarmKaset.ORG
    ข าตาแดงขนาดน เหมาะในการนำมาปล ก แตกแขนงด แข งแรง และม ตามาก นำมาแยกแง ง ต ดใบ ต ดรากออกให หมด แล วล างให สะอาด แล วนำต นพ นธ ท เตร ยมแล วไปแช น ำยาเร งรากและน ำยาก นเช อรา ประมาณ 20 นาท ถ าเหง าไหนใหญ เก นไปก ต ดแบ งออก บร เวณรอยแผลท ต ดให ทาด วยป นก นหมากตรงแผลจะช วยป องก นเช อราได จากน นนำไปเพาะชำในแกลบดำ หร อข ยมะพร าว แล วรดน ำให ช ม รอรากงอกประมาณ 10 15 ว น หากท านใดไม อยากรอก สามารถนำเหง าข าท แช น ำยาแล วลงป กดำปล กได ท นท 3 การปล กข า ข ดหล มให ล กประมาณ 1 หน าจอบไม ต องล กมากน ก เพราะจะทำให ข ดยากและทำให ต นเน าง ายหากควบค มการให นำไม ด แล วอาจจะรองก นหล มด วยป ยหม กหร อป ยข ไก แกลบ หล กเล ยงการใช ม ลว ว ควาย หม เด ดขาด เพราะง ายต อการแพร หนอนกอ ตอนปล กให ตาของหน อข าช ข นด านบน โดยท งระยะห างระหว างกอท 80x60 เซนต เมตร ใน 1 ไร จะปล กข าได จำนวน 3 650 หล ม กอ แต ถ าปล กจำนวนมากเกษตรกรก จะไถเป นร องเหม อนร องม นสำปะหล งแล ววางเหง าข าและใช จอบเกล ยด นกลบตาม 4 การให น ำแปลงข า ในรอบหน งเด อนให น ำข า 2 คร ง ค อว นท 1 และ 16 ของเด อน โดยต นต ห าฉ ดพ นให ป ยทางใบแก ต นข า จากน นเป ดน ำใส ให แปลงข าช มโชกจนถ งประมาณเท ยงว นก หย ด จากน นก ปล อยให น ำหน าด นค อยๆ ซ มลงไปในแปลงข า พอว นท 16 ก ทำเหม อนก นอ กรอบ หร อส งเกตหน าด น หากย งช มอย ไม ต องให น ำ หากหน าด นแห งก ให น ำเพ มเต ม 5 การให ป ย แนะนำให ใช เฉพาะป ยข ไก แกลบเท าน น และเสร มด วยป ยเคม เล กน อย ด วยระยะเวลาการเต บโต 8 เด อน ในช วงเด อนท 1 4 ใช ป ยส ตร 46 0 0 ช วงเด อนท 5 7 ให ใช ส ตร 0 0 60 ใส โดยโรยรอบกอข า ระยะห าง 10 เซนต เมตร เพราะรากฝอยจะออกมาหาป ยก นเอง เพ ยงเท าน เอาใจใส ตามคำแนะนำก สามารถปล กข าตาแดงให ได ผลผล ตด ตรงตามความต องการแน นอน 6 การข ดข า ล างข า บรรจ ถ ง จะทำได ง ายมากเพราะด นม แกลบอย มาก เม อข ดห วข าข นมาแล ว นำมาต ด ด วยการว ดระยะ หน งกำม อแล วต ด จากน นใช สายยางฉ ดน ำล างด นออกให หมด เอาลงแช น ำสะอาดท ผสมสารส ม น ำสะอาด 100 ล ตร ใส สารส ม 1 ก อนเท าไข ไก จะช วยให ข าสดอย ได หลายว น จากน นบรรจ ลงถ ง ช งน ำหน ก 10 ก โลกร ม เตร ยมส งจำหน ายต อไป เคล ดล บท ช วยให ได ผลผล ตด ค อท กคร งท เกษตรกรข ดข าออกแล ว ควรกลบหล มข าท ข ดแล วด วยแกลบดำให พ นเป นหล งเต าท วท งกอข า จะช วยให ข าม ส ขาวแดงสวยและทำให ข าข ดง ายในคราวต อๆ ไป อ างอ ง komchadluek net อ านเร องน แล ว 1381 คน ความค ดเห นจากผ อ าน ส งความค ดเห น กร ณากรอกความเห น กร ณากรอกช อ กร ณากรอก อ

    Original URL path: http://www.farmkaset.org/html5/contents.aspx?con_id=2534 (2016-04-26)
    Open archived version from archive

  • ปลูกข่า ทำเงินล้าน หนุ่มใหญ่ทิ้งอาชีพวิศวกรสู่ชาวไร่ข่า : | FarmKaset.ORG
    ข าตาแดงขนาดน เหมาะในการนำมาปล ก แตกแขนงด แข งแรง และม ตามาก นำมาแยกแง ง ต ดใบ ต ดรากออกให หมด แล วล างให สะอาด แล วนำต นพ นธ ท เตร ยมแล วไปแช น ำยาเร งรากและน ำยาก นเช อรา ประมาณ 20 นาท ถ าเหง าไหนใหญ เก นไปก ต ดแบ งออก บร เวณรอยแผลท ต ดให ทาด วยป นก นหมากตรงแผลจะช วยป องก นเช อราได จากน นนำไปเพาะชำในแกลบดำ หร อข ยมะพร าว แล วรดน ำให ช ม รอรากงอกประมาณ 10 15 ว น หากท านใดไม อยากรอก สามารถนำเหง าข าท แช น ำยาแล วลงป กดำปล กได ท นท 3 การปล กข า ข ดหล มให ล กประมาณ 1 หน าจอบไม ต องล กมากน ก เพราะจะทำให ข ดยากและทำให ต นเน าง ายหากควบค มการให นำไม ด แล วอาจจะรองก นหล มด วยป ยหม กหร อป ยข ไก แกลบ หล กเล ยงการใช ม ลว ว ควาย หม เด ดขาด เพราะง ายต อการแพร หนอนกอ ตอนปล กให ตาของหน อข าช ข นด านบน โดยท งระยะห างระหว างกอท 80x60 เซนต เมตร ใน 1 ไร จะปล กข าได จำนวน 3 650 หล ม กอ แต ถ าปล กจำนวนมากเกษตรกรก จะไถเป นร องเหม อนร องม นสำปะหล งแล ววางเหง าข าและใช จอบเกล ยด นกลบตาม 4 การให น ำแปลงข า ในรอบหน งเด อนให น ำข า 2 คร ง ค อว นท 1 และ 16 ของเด อน โดยต นต ห าฉ ดพ นให ป ยทางใบแก ต นข า จากน นเป ดน ำใส ให แปลงข าช มโชกจนถ งประมาณเท ยงว นก หย ด จากน นก ปล อยให น ำหน าด นค อยๆ ซ มลงไปในแปลงข า พอว นท 16 ก ทำเหม อนก นอ กรอบ หร อส งเกตหน าด น หากย งช มอย ไม ต องให น ำ หากหน าด นแห งก ให น ำเพ มเต ม 5 การให ป ย แนะนำให ใช เฉพาะป ยข ไก แกลบเท าน น และเสร มด วยป ยเคม เล กน อย ด วยระยะเวลาการเต บโต 8 เด อน ในช วงเด อนท 1 4 ใช ป ยส ตร 46 0 0 ช วงเด อนท 5 7 ให ใช ส ตร 0 0 60 ใส โดยโรยรอบกอข า ระยะห าง 10 เซนต เมตร เพราะรากฝอยจะออกมาหาป ยก นเอง เพ ยงเท าน เอาใจใส ตามคำแนะนำก สามารถปล กข าตาแดงให ได ผลผล ตด ตรงตามความต องการแน นอน 6 การข ดข า ล างข า บรรจ ถ ง จะทำได ง ายมากเพราะด นม แกลบอย มาก เม อข ดห วข าข นมาแล ว นำมาต ด ด วยการว ดระยะ หน งกำม อแล วต ด จากน นใช สายยางฉ ดน ำล างด นออกให หมด เอาลงแช น ำสะอาดท ผสมสารส ม น ำสะอาด 100 ล ตร ใส สารส ม 1 ก อนเท าไข ไก จะช วยให ข าสดอย ได หลายว น จากน นบรรจ ลงถ ง ช งน ำหน ก 10 ก โลกร ม เตร ยมส งจำหน ายต อไป เคล ดล บท ช วยให ได ผลผล ตด ค อท กคร งท เกษตรกรข ดข าออกแล ว ควรกลบหล มข าท ข ดแล วด วยแกลบดำให พ นเป นหล งเต าท วท งกอข า จะช วยให ข าม ส ขาวแดงสวยและทำให ข าข ดง ายในคราวต อๆ ไป อ างอ ง komchadluek net อ านเร องน แล ว 1382 คน ความค ดเห นจากผ อ าน ส งความค ดเห น กร ณากรอกความเห น กร ณากรอกช อ กร ณากรอก อ

    Original URL path: http://www.farmkaset.org/html5/contents.aspx?con_id=2534&cat_name= (2016-04-26)
    Open archived version from archive

  • การปลูกข้าวบนพื้นที่สูง : | FarmKaset.ORG
    การปล กแตกต างก น ด งน 3 1 ข าวไร upland rice ใช ว ธ การปล กเมล ดข าวแห ง direct seeding ซ งแบ งได 3 ว ธ 3 1 1 การปล กแบบหยอดเป นหล ม drilling เป นว ธ การปล กโดยใช ไม ปลายแหลมกระท งด นให เป นหล มล ก 2 3 เซนต เมตร หร อใช เส ยมท ต อด ามยาว ข ดด นให เป นหล มเล ก ๆ ล ก 2 3 เซนต เมตร ระยะห างระหว างหล ม 25 30 เซนต เมตร แล วหยอดเมล ดข าวลงไปในหล มๆ ละ 5 8 เมล ด หากพ นท ปล กม ความลาดช นไม ควรกลบหล ม เพราะจะทำให ม ด นกลบหล มปล กแน นเก นไปเม อม ฝนตก แต ในพ นท ปล กท ม ความลาดช นน อยกว า 5 องศา ให ใช ก งไม ลากผ านหล มท หยอดเมล ดแล วเป นการกลบหล ม การปล กแบบหยอดเป นหล มเป นว ธ ท เกษตรกรน ยมมากท ส ด เน องจากง ายต อการกำจ ดว ชพ ชและด แลร กษา เป นว ธ การท พบเห นได ท วไป การปล กแบบน จะใช เมล ดพ นธ ไร ละ 6 8 ก โลกร ม อย างไรก ตาม ม รายงานว าการนำเมล ดพ นธ ข าวแช น ำ 12 ช วโมง ผ งลมให หมาดแล วนำไปหยอดในด นท ม ความช น ทำให ข าวงอกเร วและออกดอกเร วกว าการหยอดเมล ดข าวแห ง 2 3 ว น ท งย งให ผลผล ตส งอ กด วย 3 1 2 การปล กแบบโรยเป นแถว row drilling การปล กว ธ น ต องม การเตร ยมด นให ประณ ต โดยให หน าด นเร ยบสม ำเสมอก นด แล วใช ไม หร อคราดข ดเป ดด นให เป นร อง ระยะห างของร องหร อแถวประมาณ 25 30 เซนต เมตร แล วโรยเมล ดข าวท นท การโรยควรโรยให เมล ดข าวสม ำเสมอก น เพ อให ต นข าวท งอกไม กระจ กแน นท ใดท หน ง หากพ นท ม ความลาดช นควรทำร องให ขวางความลาดช น เพ อช วยให ต นข าวด กตะกอนด นท ไหลลงมาเม อฝนตก การปล กว ธ น จะใช เมล ดพ นธ ไร ละ 10 15 ก โลกร ม3 1 3 การปล กแบบหว าน broadcasting เหมาะสมก บพ นท ท ม ความลาดช นน อยหร อท ราบ การเตร ยมด นควรส บด นให ละเอ ยดหร อเป นก อนเล ก ๆ ขนาดเส นผ าศ นย กลางประมาณ 1 เซนต เมตร ปร บผ วหน าด นให สม ำเสมอก น แล วหว านเมล ดข าวลงไป และควรคราดหร อกลบเมล ดข าวหล งหว านเพ อให เมล ดข าวได ร บความช นจากด น ป องก นนกและแมลงศ ตร ข าว การปล กว ธ น จะใช เมล ดพ นธ ประมาณไร ละ 15 ก โลกร ม 3 2 ข าวนาท ส ง highland paddy rice ม ว ธ การปล กได 2 แบบ ค อ นาดำ transplanting และนาหว าน direct seeding 3 2 1 นาดำ transplanting ม การปฏ บ ต เช นเด ยวก บนาดำพ นราบท วไป แต จะเร มตกกล าและป กดำเร วกว า เพ อหล กเล ยงอากาศหนาวจ ดในช วงข าวออกรวง โดยเร มตกกล าต งแต ต นเด อนพฤษภาคมถ งว นท 20 พฤษภาคม กล มชาต พ นธ บางกล มจะย ดเอาว นพ ชมงคลเป นว นเร มต นตกกล า ซ งส วนใหญ จะม ฝนเร มตกหร อเข าส ฤด ฝน โดยม ข นตอนด งน 3 2 1 1 การตกกล า สำหร บข าวนาท ส งจะม อย 2 แบบ ค อ ตกกล าสภาพไร และสภาพนา หล งจากน นจ งเตร ยมด นและนำต นกล าไปป กดำต อไป การตกกล าสภาพไร dryland seeding method เร มจากการเตร ยมด นตามท ลาดเช งเขา โดยกำจ ดว ชพ ชออก ย อยด นให ละเอ ยด หว านเมล ดข าวหร อใช ไม ข ดเป นร องล ก 2 3 เซนต เมตรแล วโรยเมล ดข าว หร อใช ไม ปลายแหลมกระท งด นให เป นหล มล ก 2 3 เซนต เมตร หยอดเมล ดข าวกลบด นบางๆเพ อป องก นส ตว ศ ตร เม อเมล ดข าวได ร บความช นจากด นจะงอกเป นต นกล า การตกกล าโดยว ธ น ใช เมล ดพ นธ ตารางเมตรละ 50 60 กร ม เกษตรกรน ยมปฏ บ ต และเช อว าสามารถย ดอาย กล าเม อเก ดสภาวะฝนท งช วงก อนป กดำ การตกกล าสภาพนาหร อในแปลงท ม น ำข ง wetland seeding method ปฏ บ ต เช นเด ยวก บการตกกล าในการทำนาพ นราบ กล าวค อ ไถเม อม น ำข งในกระทงนา คราด ทำเท อก ยกร องเป นแปลง กว าง 1 1 5 เมตร ยาวตามความยาวกระทงนา แล วหว านเมล ดพ นธ ข าวท ผ านการแช น ำ 24 48 ช วโมง และห ม 24 48 ช วโมง หร อพอม รากงอกประมาณ 1 เซนต เมตรลงบนแปลง ข งน ำบร เวณรอบแปลงกล าโดยไม ให ท วมหล งแปลงจนกระท งกล าอาย 1 เด อนจ งถอนไปป กดำ การตกกล าโดยว ธ น ใช เมล ดพ นธ ตารางเมตรละ 50 กร ม แต เกษตรกรไม น ยม เพราะเช อว าไม สามารถย ดอาย กล าได เม อเก ดสภาวะฝนท งช วงก อนป กดำ และทำยากกว าการตกกล าสภาพไร 3 2 1 3 การป กดำ transplanting ควรป กดำเม อกล าอาย 30 ว น แล วม ดเป นกำ ขนย ายไปแปลงปล ก การป กดำข าวนาท ส งม กม การลงแขก ไม ม การจ างแรงงานป กดำ โดยป กดำจ บละ 5 8 ต น เพราะข าวนาท ส งเป นพ นธ พ นเม อง แตกกอน อย และย งไม พบว าม พ นธ ผสมพ นธ ใดสามารถปร บต วเข าก บสภาพแวดล อมและเป นท ยอมร บของเกษตรกร นอกจากนำพ นธ พ นเม องมาค ดเล อกพ นธ ให บร ส ทธ pure line selection เท าน น ระยะระหว างต น 25 30 เซนต เมตร โดยม ระด บน ำในนาล ก 5 7 เซนต เมตร หร อประมาณ 1 ฝ าม อ 3 2 2 นาหว าน direct seeding ทำได 2 แบบ ค อ หว านข าวแห ง และหว านข าวงอกหร อหว านน ำตม 3 2 2 1 หว านข าวแห ง direct seeding เร มจากการเตร ยมด นต นเด อนพฤษภาคม โดยไถด นแห งหร อด นหมาด 1 คร ง คราดเอาว ชพ ชออก หว านเมล ดข าวแล วคราดกลบอ กคร ง เมล ดข าวจะงอกเม อม ความช นเพ ยงพอหร อฝนตก การปล กว ธ น ใช เมล ดพ นธ ไร ละ 15 ก โลกร ม 3 2 2 2 หว านข าวงอกหร อหว านน ำตม pre germinated broadcasting ต องม การ เตร ยมด นท ด เม อม น ำข งในนาแล ว ไถท งไว 2 4 ส ปดาห แล วคราด ทำเท อกจนเป นเลนน ม หน าด นเร ยบสม ำเสมอ ระบายน ำออกจากแปลง หว านเมล ดข าวท แช น ำ 24 48 ช วโมงและห ม 24 48 ช วโมง หร อพอม รากงอกยาว 2 3 ม ลล เมตร หว านอ ตราไร

    Original URL path: http://www.farmkaset.org/html5/contents.aspx?con_id=2533&cat_name= (2016-04-26)
    Open archived version from archive

  • เพลี้ยไฟ สาเหตุที่ทำให้ ใบพืชมีรอยด่าง สีใบซีด ขอบใบแห้ง มีแผลสีน้ำตาล : | FarmKaset.ORG
    ษะ คล นไส อาเจ ยน ปวดท อง หายใจต ดข ด หากส มผ สผ วหน งจะเก ดอาการผ นค น การแก พ ษเบ องต น หากเก ดอาการเน องจากพ ษให ร บนำผ ป วยออกจากบร เวณท ม การใช สาร ให ผ กผ อนในท อากาศถ ายเทสะดวก ถ าส มผ สผ วหน งให ล างออกด วนน ำสะอาดและสบ หลายๆคร ง หากเข าตาควรล างออกด วยน ำสะอาดหลายๆคร ง หากเป อนเส ยผ าให ร บอาบน ำ และเปล ยนเส อผ าใหม ท นท หากกล นก น กระต นให อาเจ ยน และถ ายท องด วยแมกน เซ ยมซ ลเฟต แล วร บนำผ ป วยส งแพทย ท นท พร อมภาชนะบรรจ และฉลากของสารน น คำแนะนำสำหร บแพทย 1 ช วยผ ป วยให หายใจสะดวก โดยใช เคร องช วยหายใจ หร อผายปอดให ผ ป วย 2 อาการกระต กเน องจากอาการทางประสาท ให Phenobarbital sodium 0 1 0 2 กร ม เข าทางกล ามเน อ 3 ร กษาตามอาการ อ ลคาลอยด Alkaloid อ ลคาลยอด เป นสารอ นทร ย ท ม ล กษณะเป นด าง และม ไนโตรเจน nitrogen เป นส วนประกอบ ม รสขม ไม ละลายน ำ แต ละลายได ด ในต วทำลายอ นทร ย organic solvent เป นสารท พบมากในพ ชสม นไพร แต ปร มาณสารจะต างก นไปตามฤด กาล สารประเภทน จะม ฤทธ ทางเภส ชว ทยาในหลายระบบ ต วอย างเช น reserpine ในรากระย อม สรรพค ณลดความด นเล อด สาร Quinine ในเปล อกต นซ งโคนา cinchona ม สรรพค ณร กษาโรคมาเลเร ย และสาร morphine ในยางของผลฝ น ม สรรพค ณระง บอาการปวด เป นต น MAKA Multiple Alkaloid Agent Insecticide Natural Organic Plant Alkaloids extracted from specially selected plants using high technology Highly concentrated alkaloids are extremely effective in eliminating and repelling insects They protect the plants from further insect attacks No insecticide resistance build ups as the active ingredients are non specific in action No poisonous residues safe to spray before harvest No contamination of soil and water No user and consumer poisonings Elimination Alkaloids act by destroying the nervous metabolism system of insects and haemocytes Natural active insecticidal oil cover and block the breathing pores of insects Kill ratio is high if used according to manufacturer s instructions Repellent Odor and Active ingredients of Alkaloids effectively coat surfaces of plants The Ionic charges and nerve acting alkaloid will repel insects from attacking plants Protection MAKA Alkaloids will cover and stick to the leaves and plant surfaces to provide continuous repelling protection for extended periods Protect nad Eliminate pest Brown Planthopper Nilaparvata lugens Zigzag Leafhopper Recilla dorsalis Green Leafhopper Nephotettix spp Rice Thrips Balliothrips biformis Direction for use Eliminate Repel and Protect Dilute 80 100 cc with 20 liters of water spray every 7 days Dispersion Dilute 100 cc with 20 litters of water spray every 3 days Recommendations Shake well before use Spray in the moing or evening If used with other chemicals dilute chemicals with water before mixing with MAKA Natural Organic Plant Alkaloids extracted from specially selected plants using higth technology Eladication Alkaloid act by destroying the nervous metabolism system of insects and haemocytes Repellent Order and Active ingredients of Alkaloid effectively coat surfaces of plants the alkaloid will repel insects from attacking plants Protection Cover and stick to the

    Original URL path: http://www.farmkaset.org/html5/contents.aspx?con_id=2532 (2016-04-26)
    Open archived version from archive

  • เพลี้ยไฟ สาเหตุที่ทำให้ ใบพืชมีรอยด่าง สีใบซีด ขอบใบแห้ง มีแผลสีน้ำตาล : | FarmKaset.ORG
    ษะ คล นไส อาเจ ยน ปวดท อง หายใจต ดข ด หากส มผ สผ วหน งจะเก ดอาการผ นค น การแก พ ษเบ องต น หากเก ดอาการเน องจากพ ษให ร บนำผ ป วยออกจากบร เวณท ม การใช สาร ให ผ กผ อนในท อากาศถ ายเทสะดวก ถ าส มผ สผ วหน งให ล างออกด วนน ำสะอาดและสบ หลายๆคร ง หากเข าตาควรล างออกด วยน ำสะอาดหลายๆคร ง หากเป อนเส ยผ าให ร บอาบน ำ และเปล ยนเส อผ าใหม ท นท หากกล นก น กระต นให อาเจ ยน และถ ายท องด วยแมกน เซ ยมซ ลเฟต แล วร บนำผ ป วยส งแพทย ท นท พร อมภาชนะบรรจ และฉลากของสารน น คำแนะนำสำหร บแพทย 1 ช วยผ ป วยให หายใจสะดวก โดยใช เคร องช วยหายใจ หร อผายปอดให ผ ป วย 2 อาการกระต กเน องจากอาการทางประสาท ให Phenobarbital sodium 0 1 0 2 กร ม เข าทางกล ามเน อ 3 ร กษาตามอาการ อ ลคาลอยด Alkaloid อ ลคาลยอด เป นสารอ นทร ย ท ม ล กษณะเป นด าง และม ไนโตรเจน nitrogen เป นส วนประกอบ ม รสขม ไม ละลายน ำ แต ละลายได ด ในต วทำลายอ นทร ย organic solvent เป นสารท พบมากในพ ชสม นไพร แต ปร มาณสารจะต างก นไปตามฤด กาล สารประเภทน จะม ฤทธ ทางเภส ชว ทยาในหลายระบบ ต วอย างเช น reserpine ในรากระย อม สรรพค ณลดความด นเล อด สาร Quinine ในเปล อกต นซ งโคนา cinchona ม สรรพค ณร กษาโรคมาเลเร ย และสาร morphine ในยางของผลฝ น ม สรรพค ณระง บอาการปวด เป นต น MAKA Multiple Alkaloid Agent Insecticide Natural Organic Plant Alkaloids extracted from specially selected plants using high technology Highly concentrated alkaloids are extremely effective in eliminating and repelling insects They protect the plants from further insect attacks No insecticide resistance build ups as the active ingredients are non specific in action No poisonous residues safe to spray before harvest No contamination of soil and water No user and consumer poisonings Elimination Alkaloids act by destroying the nervous metabolism system of insects and haemocytes Natural active insecticidal oil cover and block the breathing pores of insects Kill ratio is high if used according to manufacturer s instructions Repellent Odor and Active ingredients of Alkaloids effectively coat surfaces of plants The Ionic charges and nerve acting alkaloid will repel insects from attacking plants Protection MAKA Alkaloids will cover and stick to the leaves and plant surfaces to provide continuous repelling protection for extended periods Protect nad Eliminate pest Brown Planthopper Nilaparvata lugens Zigzag Leafhopper Recilla dorsalis Green Leafhopper Nephotettix spp Rice Thrips Balliothrips biformis Direction for use Eliminate Repel and Protect Dilute 80 100 cc with 20 liters of water spray every 7 days Dispersion Dilute 100 cc with 20 litters of water spray every 3 days Recommendations Shake well before use Spray in the moing or evening If used with other chemicals dilute chemicals with water before mixing with MAKA Natural Organic Plant Alkaloids extracted from specially selected plants using higth technology Eladication Alkaloid act by destroying the nervous metabolism system of insects and haemocytes Repellent Order and Active ingredients of Alkaloid effectively coat surfaces of plants the alkaloid will repel insects from attacking plants Protection Cover and stick to the

    Original URL path: http://www.farmkaset.org/html5/contents.aspx?con_id=2532&cat_name= (2016-04-26)
    Open archived version from archive

  • การปลูกฟักข้าว เทคนิคการเพาะเมล็ดฟักข้าว ให้งอกเร็วกว่าปกติ : | FarmKaset.ORG
    ษ ปลอดสารพ ษ 100 ด วยสารช ว นทร ย ฆ าหนอนตาย เกษตรอ นทร ย ปลอดภ ยต อผ บร โภค ผ ใช และส ตว เล ยง ราคา 490 บาท โทรซ อ 089 4599003 มาคา กำจ ดแมลงไล เพล ยกระโดด ป องก น กำจ ดแมลง ด วย มาคา สารอ ลคาลอยกำจ ดแมลง เกษตรอ นทร ย ปลอดสารพ ษ 100 ราคา 470 บาท โทรซ อ 089 4599003 IS Rice ขจ ดโรคราทางใบ ไอเอส ไรท ยาป องก น และย บย งเช อรา ท มองเห นได ทางใบ ก บพ ชท กชน ด เกษตรอ นทร ย 100 ราคา 450 บาท โทรซ อ 089 4599003 IMO แก โรคเช อราในยางพารา ป องก นโรคท เก ดจาก เช อรา ราแป ง ใบจ ด โรคใบร วง ออยเด ยม ไฟท อปโทร า ย อยใบยางเป นป ย ราคา 670 บาท โทรซ อ 089 4599003 ป ยอ นทร ย น ำ นาโนเทคโนโลย เร งให พ ชโตไว สมบ รณ ฉ ดพ นเด อนละสองคร ง หร อช วงแล ง ม ธาต อาหารท จำเป นต อพ ชครบถ วน ราคา 290 บาท โทรซ อ 089 4599003 บ สเตอร เง น เสร มภ ม ต านทาน เสร มภ ม ต านทานให พ ชแข งแรง ทนต อโรคและแมลง ใบเข ยวลำต นแข ง แมลงเจาะก นได ยาก ต านทานโรคต างๆ ราคา 310 บาท โทรซ อ 089 4599003 บ สเตอร ส ม เร งผลผล ตเพ มน ำหน ก เร งผลผล ต เพ มน ำหน กของ ม โปแตสเซ ยม ช วยส งเสร มกระบวนการสะสมอาหาร ให พ ชได ผลผล ตส ง น ำหน กด ราคา 320 บาท โทรซ อ 089 4599003 ยาแช ท อนพ นธ ม นสำปะหล ง ก ดโซค เพ มเปอร เซ นต การงอก เร งการแตกราก ป องก นโรค เพ มการสะสมอาหารในท อนพ นธ ม นสำปะหล ง ราคา 430 บาท โทรซ อ 089 4599003 FK 1 ป ยเร งโต เร งเข ยว Premium ป ยฉ ดพ นทางใบ ท ด ท ส ดสำหร บเร งการเจร ญเต บโต เพ มความเข ยวแข งแรงให ก บพ ช ราคา 890 บาท โทรซ อ 089 4599003 ป ยเร งผลผล ต Premium FK ช ดเร งผลผล ต สำหร บพ ชออกผล ท กชน ด เพ มน ำหน ก และค ณภาพผลผล ต ราคา 950 บาท โทรซ อ 089 4599003 ป ยเร งห วม นสำปะหล ง Premium FK 3C เร งม นสำปะหล งลงห ว เพ มเปอร เซ นต แป ง ม นสำปะหล งห วใหญ ม น ำหน กด ราคา 950 บาท โทรซ อ 089 4599003 ป ยเร งหน กเร ง CCS อ อย Premium FK 3S เร งผลผล ตอ อย ทำให อ อยย างปล องส ง เพ มความหวาน เพ ม CCS และได น ำหน ก ราคา 950 บาท โทรซ อ 089 4599003 data ad format autorelaxed เล อกหมวด แสดงเน อหารวมจากท กหมวด ส นค าเกษตร รวม VDO เด นจาก FK นาข าว ไร อ อย ม นสำปะหล ง ยางพารา ปาล มน ำม น ไร ข าวโพด ผ กและการปล กผ ก การปล กพ ช ไม ผล ไม ย นต น เกษตรน าร สม นไพร ไม มงคล พ ทธศ กษา FK Talk ส ขภาพ การใช SUN ก บพ ชต างๆ แอพม อถ อจากฟาร มเกษตร ไม ดอก ไม ประด บ องค กรด านการเกษตร ซ อขายท ด น ห องปศ ส ตว เกษตรกรต วอย าง ฟาร

    Original URL path: http://www.farmkaset.org/html5/contents.aspx?con_id=2530 (2016-04-26)
    Open archived version from archive



  •